ศาลอุทธรณ์ภาค 1
The Court of Appeal Region 1
image

ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ประวัติศาลอุทธรณ์ภาค ๑
image

     เนื่องจากมีคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ในปีหนึ่ง ๆ เป็นจำนวนมาก และนับวันจะเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับเพราะศาลอุทธรณ์ซึ่งมีอำนาจพิจารณาคดีดังกล่าว มีเพียงศาลเดียวโดยมีเขตอำนาจศาลครอบคลุมทั่วราชอาณาจักรและตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครจึงทำให้ไม่สามารถพิจารณาพิพากษาคดีที่คั่งค้างอยู่เป็นจำนวนมากได้เสร็จในเวลาอันรวดเร็ว สมควรจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาคขึ้นตามภูมิภาคต่าง ๆ อันจะทำให้การพิจารณาพิพากษาคดีชั้นอุทธรณ์เป็นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงได้มีการตราพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ.2532 และพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้งเขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาคพ.ศ. 2532 ขึ้น กำหนดให้มีศาลอุทธรณ์ภาคจำนวน 3 ศาล คือศาลอุทธรณ์ภาค 1 ศาลอุทธรณ์ภาค 2 และศาลอุทธรณ์ภาค 3 ซึ่งเปิดทำการตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2533 โดยศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีที่ทำการตั้งอยู่ ณ อาคารศาลแพ่งธนบุรี ชั้น 6 ถนนเอกชัย แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพมหานครมีเขตศาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์  จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครพนม จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดเลย จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสกลนคร จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดอุบลราชธานี 

    ต่อมาในปี พ.ศ.2536 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้งเขตศาลและวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2536 เปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ศาลอุทธรณ์ภาค 2 และศาลอุทธรณ์ภาค 3 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 11 ตอนที่ 101 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2536 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2536 เป็นต้นไป โดยให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีเขตอำนาจศาลเพิ่มขึ้นในจังหวัดจันทบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดตราด จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดระยอง

     ในปี พ.ศ.2540 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2540 แก้ไขเพิ่มเติมจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และกำหนดวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค เปลี่ยนแปลงเขตศาลอุทธรณ์ภาค 1 ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ศาลอุทธรณ์ภาค 3 โดยกำหนดให้มีศาลอุทธรณ์ภาคจำนวน 9 ศาล คือ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ถึง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 บรรดาคดีที่ได้อุทธรณ์ไว้ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวใช้บังคับให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ศาลอุทธรณ์ภาค 2 หรือศาลอุทธรณ์ภาค 3 แล้วแต่กรณี ซึ่งคดีนั้นค้างพิจารณาอยู่ คงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป

     ในปี พ.ศ.2543 ได้มีกฎหมายแยกศาลออกจากกระทรวงยุติธรรมและมีกฎหมายปรับโครงสร้างศาลยุติธรรมรวม 3 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติให้ใช้พระธรรมนูญศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 พระราชบัญญัติข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 และพระราชบัญญัติเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่ง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543 ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 117 ตอนที่ 44  ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2543 และมีผลใช้บังคับวันที่ 19 พฤษภาคม 2543 ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวทำให้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อตำแหน่งผู้บริหารงานศาลอุทธรณ์จากอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์หรืออธิบดีผู้พากษาศาลอุทธรณ์ภาค  รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์หรือรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค  เป็นประธานศาลอุทธรณ์หรือประธานศาลอุทธรณ์ภาค รองประธานศาลอุทธรณ์ หรือรองประธานศาลอุทธรณ์ภาค

     ปัจจุบันศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีเขตศาลใน 9 จังหวัด คือ จังหวัดชัยนาท จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสระบุรี จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2540 และปัจจุบันมีที่ทำการอยู่ ณ 101 หมู่ 10 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120